ANDAMAN : THAILAND ONE FOR ALL

ท่องเที่ยวไทยสดใส ภาครัฐ-เอกชนไทยสามัคคี ร่วมพัฒนาท่องเที่ยว

อันดามัน พร้อมจับมือเครือข่ายทั่วโลกพัฒนาท่องเที่ยวกว่า 80 ประเทศส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแคมเปญต่างๆ และการเชื่อมโยง

แหล่งท่องเที่ยวใหม่ใน 10 ประเทศกับ 10 เมืองต้องห้าม…พลาด

 

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม (MOU) ระหว่าง 3 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยมีภาครัฐ-ภาคเอกชนไทยสามัคคี “Andaman : Thailand One for All” เพื่อร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยว อันดามัน และในวันเดียวกันร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ Lufthansa City Center (LCC) ซึ่งมีเครือข่ายบริษัทท่องเที่ยวทั่วโลก ๖๕๐ แห่งใน ๘๐ ประเทศ เพื่อร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทยในกิจกรรมใหม่ๆ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพใหม่ๆ ผ่านแคมเปญต่างๆ ของ LCC

และนอกจากนี้ นางกอบกาญจน์ ได้ร่วมเปิดตัวโครงการ The Link ที่คูหาประเทศไทย     ในงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ITB Berlin โดยนำเสนอการท่องเที่ยวท้องถิ่น Local Experience เชื่อมโยงให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังจังหวัดรองใหม่ๆ ทั้งนี้ได้จับคู่บริษัทนำเที่ยวต่างชาติที่มีใจและที่อยู่ในประเทศที่มีสำนักงาน ททท.ตั้งอยู่ในประเทศนั้นๆ ๑๐ บริษัท ใน ๑๐ ประเทศ กับ ๑๐ จังหวัดต้องห้ามพลาด รวมเป็น ๑๐ คู่ Link เพื่อให้เกิดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ของ ๑๐ ประเทศนี้ แต่ดูแลให้เกิดอย่างระมัดระวัง รักษาให้เติบโตต่อไปอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เป็น Tourism 4.0

นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า “การจับคู่ประเทศและแหล่งท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ถือเป็นโมเดลใหม่ที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวไทยได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยว     โดยคำนึงถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวที่มีรูปแบบเฉพาะแตกต่างกันเพื่อที่จะทำให้ไทยเราตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุดและได้รับการบอกต่อในโลกออนไลน์มากขึ้น”

ปลัดฯท่องเที่ยวฯ ยืนยันพัทยา มีดีกว่าที่คิด

24 กพ.60 เวลา 22.30 น. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยลงพื้นที่ Walking Street  เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอดจนให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานกันอย่างแข็งขัน
     ปลัดฯท่องเที่ยวเผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีสื่อฯของประเทศอังกฤษวิจารณ์เมืองพัทยาในแง่ลบว่าเป็นเมืองแห่งบาป
โดยในข้อเท็จจริงแล้วปี 2559 ที่ผ่านมา เมืองพัทยาและ ชลบุรี มีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 15.3 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.08 แสนล้านบาท
      ปลัดฯพงษ์ภาณุกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวใดจะขาวหมด หรือดำสุด เพราะเหรียญมี 2 ด้าน สะพานมี 2 ฝั่ง พัทยาก็เช่นกันยังมีสิ่งสวยงามอยู่อย่างมากมายอาทิเช่น เกาะล้าน ซึ่งเกิดจากความงามตามธรรมชาติ  หรือสวนนงนุชก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และได้รางวัลการันตีจากทั่วโลกอีกทั้งเมืองพัทยายังมีความเป็นเมือง Sport City ที่ในวันนี้ก็มีการแข่งขันกอล์ฟรายการLPGA. โดยมีการถ่ายทอดไปสู่สายตาคนทั้งโลก
      นอกจากนั้นยังมีสนามบินอู่ตะเภา และ มีท่าเรือเปิดใหม่ที่เดินเรือข้ามอ่าวไทยในเส้นทางพัทยา – หัวหิน ซึ่งนับเป็นเมืองที่มีทำเล และ ศักยภาพที่ดีมากที่ยะเชื่อมต่อเส้นทางต่างๆระหว่างภูมิภาค  ดังนั้นสิ่งที่ผมมาในวันนี้เพื่อต้องการมาให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกท่านตลอดไปจนประชาชนทุกคนที่ตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่   “วันนี้ตนรู้สึกดีใจที่ได้เห็นภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคณะได้เข้ามาเที่ยวพัทยาด้วยเหตุผลดีๆหลายอย่าง   และตนรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากที่เห็นภาพของอาสาสมัคร ตร.ทท. ซึ่งล้วนเป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น แต่ด้วยใจที่รักและผูกพันกับประเทศไทยจึงมาช่วยเหลือภาคสังคมด้วยความเต็มใจ”

ประชุมติดตามความคืบหน้าด้านการท่องเที่ยว “เขตพัฒนาการท่องเที่ยว วิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง”

รมว.กอบกาญจน์ ประชุมติดตามความคืบหน้าด้านการท่องเที่ยว
“เขตพัฒนาการท่องเที่ยว วิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง”
ซึ่งเป็นคลัสเตอร์น้องใหม่ ๑ ใน ๓ ที่ประกาศเมื่อกลางปีที่แล้ว
และได้พิจาณาเส้นท่องเที่ยววิถีไทยที่โดดเด่นในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง
เช่น

๑. อยุธยาเมืองท่านานาชาติ
๒. ท่องเที่ยววิถีชุมชนเกษตรกร คลองพระอุดม ปทุมธานี
๓. เส้นทางวัฒนธรรมไทย-รามัญ(มอญ)
๔. เส้นทางประวัติศาสตร์เมืองคนกล้าสิงห์บุรี
๕. ห้าที่สุดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๕ วัด

และได้สั่งการให้พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism For
All) ในคลัสเตอร์นี้ด้วย ทั้งนี้ได้ย้ำ เน้นเรื่อง “การพัฒนาคน”
ให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี พัฒนาด้านภาษา ส่งเสริมโครงการ Amazing Thai Host
ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ ไปสู่เป้าหมาย

 

ภาคการท่องเที่ยวสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยกว่าร้อยละ 17

Press ข่าวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 16 ก.พ 60

ปี 2559 ภาคการท่องเที่ยวสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยกว่าร้อยละ 17

“มกราคม ปี 2560 รายได้ขยายตัวกว่าร้อยละ 10”

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการแถลงข่าว สถานการณ์ท่องเที่ยวเดือนมกราคม ปี 2560 ในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวปี 2559
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว สถานการณ์ท่องเที่ยวปัจจุบัน และนโยบายด้านการท่องเที่ยว
ที่สำคัญ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย ปี 2559 ภาคการท่องเที่ยวโดยภาพรวมสร้างรายได้ 2,510,779 ล้านบาท เป็นรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หรือต่างชาติเที่ยวไทย 1,641,268 ล้านบาท และรายได้จาก
การท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย 869,510 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า รายได้รวมจากการท่องเที่ยวขยายตัวร้อยละ 11.09 โดยขยายตัวทั้งรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ และรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งขยายตัวร้อยละ 12.64 และ
ร้อยละ 8.27 ตามลำดับ

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว จากรายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวในปี 2559 กว่า 2.51
ล้านล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวได้สร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยหรือมีความสำคัญคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยภาคธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายซื้อสินค้า/บริการของนักท่องเที่ยวมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย ธุรกิจสถานพักแรม ประมาณ 580,000 ล้านบาท ธุรกิจอาหาร/เครื่องดื่ม ประมาณ 448,000 ล้านบาท ธุรกิจการขนส่งโดยสารทางบก ประมาณ 136,000 ล้านบาท ธุรกิจการขนส่งโดยสารทางอากาศ ประมาณ 122,000 ล้านบาท และธุรกิจบริการกีฬา/นันทนาการ ประมาณ 100,000 ล้านบาท ตามลำดับ นอกจากนี้ ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการและกระจายตัวตามภูมิภาคต่างๆ ภาคการท่องเที่ยวจึงเป็นแหล่งสร้างการจ้างงานที่สำคัญกว่า 4,230,000 คน สร้างรายได้ภาษีแก่รัฐ ประมาณ 64,200 ล้านบาท และก่อให้มูลค่าการลงทุนในประเทศอีก ประมาณ 93,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังมีบทบาทสำคัญในการกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคต่างๆ โดยในปีที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวได้สร้างมูลค่าเพิ่ม (ทางตรง + ทางอ้อม) ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 8 แห่ง รวมประมาณ 407,000 ล้านบาท โดยเขตพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวสูงสุด 2 อันดับแรกเป็นเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเล/ชายฝั่ง คือ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน และเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวต่อมูลค่าเพิ่มทั้งหมดในแต่ละพื้นที่ พบว่า เขตพัฒนาการท่องเที่ยวที่ภาคการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่มากที่สุด 2 อันดับแรก คือ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามันซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 43.3 และเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ร้อยละ 10.5 ตามลำดับ

สถานการณ์ท่องเที่ยวมกราคม ปี 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวน 3.19 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 6.52 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภูมิภาคอเมริกาและเอเชียใต้ที่ขยายตัวกว่าร้อยละ 16.87 และ 14.31 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตามลำดับ สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักขยายตัวเช่นเดียวกัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น และลาว ตามลำดับ ในด้านรายได้จากการท่องเที่ยวมีมูลค่าทั้งสิ้น 1.69 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.26 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้มากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเกาหลี ตามลำดับนอกจากนี้ โดยภาพรวมสถานพักแรมในเดือนมกราคม ปี 2560 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 75.9 ขยายตัวร้อยละ 1.38 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวของชาวไทยที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อากาศหนาวเย็น สำหรับปัจจัยลบ คือ
เหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ท่องเที่ยวโดยรวมได้เข้าสู่ภาวะปกติ

สำหรับการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา หรือระหว่างวันที่ 27 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ พบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวน 255,154 คน และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศกว่า 12,880 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 5 เมื่อเปรียบเทียบกับเทศกาลตรุษจีนในปีที่ผ่านมา โดยกระจายตัวในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ เป็นต้น

สถานการณ์ท่องเที่ยวปัจจุบัน ปี 2560 นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (14 ก.พ.) มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
จำนวน 4.84 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 4.89 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้แก่ประเทศกว่า 2.53 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.51 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับแนวโน้มตลอดปี 2560 คาดว่า จะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งสิ้น 2.71 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8

ข้อมูล : กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา

สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

โทร: 02 356 0742

16 กุมภาพันธ์ 2560