รมว.ท่องเที่ยว เตรียมลงกระบี่ ระดมสมอง วางกลยุทธ์ ท่องเที่ยว-กีฬา พร้อมรับฟังปัญหาผู้ประกอบการในพื้นที่

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมระดมสมองหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ในการร่วมกันกำหนดกลยุทธ์และเร่งรัดการทำงาน เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวและกีฬา บรรลุผลตามเป้าหมาย ณ จังหวัดกระบี่  9-11 สิงหาคม นี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อรับฟังการนำเสนอ และผลการระดมสมอง พร้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยวและกีฬา โดยให้แต่ละหน่วยงานในสังกัดกำหนดกลยุทธ์ แผนงาน และ Commitment ที่จะต้องดำเนินการภายใน 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน เพื่อให้การดำเนินการเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายในภาพรวมด้านการท่องเที่ยว โดยจะเน้นเรื่องการเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การกระจายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวจากชุมชนเมืองสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

ส่วนการขับเคลื่อนด้านกีฬาจะเน้น 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ ส่งเสริมให้คนไทยรักการออกกำลังกาย สนับสนุนให้นักกีฬาไทยประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติ พัฒนาบุคลากรด้านการกีฬาและนันทนาการให้มีคุณภาพและมาตรฐานเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ รมว.พิพัฒน์ จะประชุมร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชนของ จ.กระบี่ เพื่อรับทราบ     รับฟังปัญหาต่างๆ โดยจะนำประเด็นเหล่านี้ไปวางแผนในการปรับกลยุทธ์เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้บรรลุตามเป้าหมายต่อไป

รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ มั่นใจความปลอดภัย เหตุระเบิดไม่กระทบสถานการณ์ท่องเที่ยว

จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งเรื่องวัตถุระเบิดและเหตุการณ์เพลิงไหม้ช่วงเช้าวันนี้ (2 สิงหาคม) ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ย่านเยาวราชเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ณ บริเวณถนนเยาวราช

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากกรณีเกิดเหตุระเบิดขึ้น 5 จุดเมื่อเช้าที่ผ่านมา คาดว่าไม่กระทบต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว จึงกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดได้ช่วยกันสอดส่อง ดูแล และกระจายกำลังไปในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

สำหรับมาตรการความปลอดภัย ขณะนี้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจตราความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบในทุกจุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งประชาชนชาวไทย และชาวต่างประเทศที่วางแผนเดินทางมาประเทศไทย ไม่ว่าเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการติดต่อธุรกิจ เพื่อการศึกษา ประชุม สัมมนา ดูงาน  ตลอดจนเพื่อร่วมงานแสดงสินค้า หรือภารกิจตามความประสงค์ของทุกท่าน คนไทยทุกคนต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ พบเห็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยทันที

ทั้งนี้ หากเกิดเหตุขึ้นกับนักท่องเที่ยว สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ได้ที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง