Author Archive: Admin
การเลือกตั้งตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ วาระ 2562 -2564




เมื่อวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 ณ สำนักงานสมาคมฯ สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จัดประชุมเลือกตั้งตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ วาระปี 2562 – 2564 โดยมี คุณพรชัย ชื่นชมลดา รองประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ และประธานคณะอนุกรรมการการเลือกตั้ง, คุณสมชาย พรจินดารักษ์ รองประธานที่ปรึกษา และคณะอนุกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมเป็นสักขีพยานในการประชุมเลือกตั้งตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ โดยเลือกตำแหน่งนายกสมาคมฯ เป็นลำดับแรก ที่ประชุมเสนอชื่อ คุณพรทิวา นาคาศัย เป็นนายกสมาคมฯ ซึ่งได้รับคะแนนเสียงจากคณะกรรมการทั้งหมดอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ วาระ 2562 – 2564 ตำแหน่งอื่นๆ ตามรายละเอียดที่แนบมานี้ https://bit.ly/2M2LY23
หลังจากนั้นได้มีพิธีรับมอบตำแหน่งคณะกรรมการสมาคมฯ ประจำปี 2562 – 2564 พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน และจากนี้คณะกรรมการสมาคมฯ ชุดใหม่จะเริ่มทำงานเพื่อพัฒนาสมาคมฯ และอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป
******************************************************
ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมฯ วาระ 2562 – 2564
สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จัดการประชุมการใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2562 เพื่อการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ วาระ 2562 – 2564 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 ณ ห้องศรีสุริยวงศ์ โรงแรมตวันนา ซึ่งมี คุณพรชัย ชื่นชมลดา เป็นประธานการเลือกตั้ง และคณะอนุกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมเป็นสักขีพยานในการประชุมครั้งนี้ โดยมีสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม จำนวน 358 บริษัท จากสมาชิกทั้งหมด 1,391 บริษัท
สำหรับผลคะแนนการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมฯ วาระ 2562 – 2564 มีรายละเอียดดังเอกสารแนบ สามารถดาวโหลด์ได้ที่ https://bit.ly/2JTIpsn และจากนี้คณะกรรมการสมาคมฯ ชุดใหม่จะเริ่มทำงานเพื่อพัฒนาสมาคมฯ และอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอย่างต่อเนื่องต่อไป
ผนึกความร่วมมือกับ สวทช. เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังจากพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่าง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เมื่อวันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน 2562 ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งบันทึกข้อตกลงฯดังกล่าว เป็นการแสดงถึงความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดย สวทช. จะสนับสนุน การดำเนินการจัดทำบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวที่รวมต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม (Tourism Satellite Account-System of Environmental Economic Accounting: TSA-SEEA) ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวที่สำคัญ มีการจัดทำกรอบการวิจัยด้านทรัพยากรชีวภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนในเรื่องขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) ของแหล่งท่องเที่ยว 3 แบบ ได้แก่ ภูเขา ทะเล และวัฒนธรรม รวมทั้งนำร่องระบบรับรองมาตรฐานท่องเที่ยวที่ยั่งยืนที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินการร่วมกันระหว่างสองหน่วยงานภายใต้ปีงบประมาณ 2561 – 2564 โดยจะเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการพัฒนาต่อยอดและการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ สวทช. ก็จะสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มค่า Green GDP ในภาคการท่องเที่ยวของประเทศ และสนับสนุนฐานข้อมูลและส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อบริการแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในระยะต่อไป
ทั้งนี้ สวทช. มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะสามารถสนับสนุนและ ต่อยอดการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นอย่างดี และมีฐานข้อมูลที่สำคัญจากการศึกษาวิจัยและการพัฒนาในด้านชีวภาพและสิ่งแวดล้อมที่จะสามารถนำมาประยุกต์ ใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมโยงบนเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทั้งในส่วนของ Tourism Intelligence Center (TIC) และ Thailand Tourism Directory ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เป็นอย่างดี
ด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า สวทช. ในฐานะหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาของประเทศ โดยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาช่วยตอบโจทย์ความต้องการของประเทศทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการ โดยในช่วงที่ผ่านมา สวทช. ได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษา และเอกชน ขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วย วทน. ในหลายๆ มิติ เช่น การทำบัญชีต้นทุนเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกย่อๆ ว่า Green GDP ของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม สำหรับภาคการท่องเที่ยวและบริการ ได้เน้นเรื่อง เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ซึ่งเป็นการศึกษาครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะลทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
“สวทช. ได้ศึกษาเรื่อง Green GDP ของการท่องเที่ยวในจังหวัดที่สำคัญ โดยทำโครงการนำร่องที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งผลการศึกษาจะทำให้ทราบว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ (หรือ GDP) ของภาคการท่องเที่ยว กับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความสมดุลหรือเหมาะสมกับพื้นที่ท่องเที่ยวนั้นหรือไม่ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals; SDGs) และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในประเด็นเชิงพื้นที่ สวทช. ได้ร่วมดำเนินการโครงการภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ (หรือ smart city) ความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่หาดเจ้าไหม จ.ตรัง อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) ที่จ.สตูล การวางเซ็นเซอร์ติดตามสภาวะแวดล้อม เพื่อศึกษาปรากฎการณ์ต่างๆ เช่น ปะการังฟอกขาวใต้ทะเล ตัวพะยูน เหยี่ยวหายาก เป็นต้น”
ดร.ณรงค์ กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ สวทช. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในระยะเริ่มต้นจะมีความร่วมมือศึกษาวิจัย ในการผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย อย่างน้อยใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. การดำเนินการจัดทำบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวที่รวมต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม (Tourism Satellite Account-System of Environmental Economic Accounting: TSA-SEEA หรือ Green GDP) ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหนึ่งภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาคการท่องเที่ยว (SDG 12.b) ภายใต้การรับรองโดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN-World Tourism Organization
หรือ UNWTO)
2. การจัดทำ National Guideline ด้านขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) ของแหล่งท่องเที่ยว 3 ประเภทสำคัญ ได้แก่ ภูเขา ทะเล และ ประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม และ
3. การจัดทำระบบรับรองมาตรฐานท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะที่รับรองโดยสภาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) เพื่อร่วมมือส่งเสริมและสนับสนุน การขับเคลื่อน การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของประเทศ ด้วย วทน.
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนทั่วไป สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
จังหวัดสุราษฎร์ธานีชวนเที่ยวงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และการเเข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562



ดร.ปัญญา หาญลำยวง รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย “งานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่าและการแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2562” โดยจะเริ่มจัดงานตั้งแต่วันที่ 10 – 18 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นเทศกาลและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นจนนับได้ว่าเป็นมรดกแห่งศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายฑิฆัมพร สุทธิอุดมรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าร่วมแถลงข่าวด้วย ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ
สำหรับงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และการแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ จ.สุราษฎร์ธานี ประจำปี 2562 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 18 ตุลาคมนี้ ณ บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปี และบริเวณสะพานนริศ นับเป็นประเพณียิ่งใหญ่ และเก่าแก่ที่ปฏิบัติเป็นประเพณีกันมายาวนาน โดยงานจะจัดขึ้นในช่วงวันออกพรรษาของทุกๆ ปี ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตั้งแต่ก่อนจนถึงหลังวันออกพรรษา รวมเป็นเวลากว่า 9 วัน 9 คืน มีการเตรียมรถ เตรียมนำเรือพนมพระ การทำพุ่มผ้าป่าของหมู่บ้าน ชุมชน ที่เรียกพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน จำลองฉากภาพพุทธประวัติ หรือพุทธชาดก ประดับตกแต่งอย่างประณีตสวยงามบวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น
เมื่อถึงวันออกพรรษาของทุกปี จ.สุราษฎร์ธานี จะมีงานบุญที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญ ถ่ายทอดมาตั้งแต่ บรรพบุรุษ ด้วยความยึดมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนาผ่านงานบุญออกพรรษาหนึ่งเดียวในประเทศไทย คือ “งานประเพณี ชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว” สู่กิจกรรมสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คือ
การชักพุ่มผ้าป่าหน้าบ้านในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 มีการตั้งพุ่มผ้าป่าหน้าบ้านกว่า 2,000 พุ่ม พระสงฆ์จะชักพุ่มผ้าป่าหน้าบ้านพร้อมกันในเช้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ ยังมีพุ่มเมืองซึ่งเป็นต้นโพธิ์ทองขนาดใหญ่สวยงาม เป็นสัญลักษณ์ของการจัดพุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน และจะมีการสมโภชพุ่มเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ บริเวณศาลหลักเมือง
การชักพระทางบกหรือลากพระ จะจัดขึ้นในเช้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งเป็นวันออกพรรษาปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 มีการประกวดรถพนมพระ โดยมีรถพนมพระกว่า 100 วัด เข้าร่วมงาน นั่นคือที่มาของคำว่า “ไหว้พระร้อยวัด มหัศจรรย์วันเดียว” ต่อด้วยการชักพระทางน้ำ และการแสดงแสง สี เสียง ยิ่งใหญ่ตระการตา ในคืนเดียวกัน โดยวัดที่อยู่ริมแม่น้ำจะตกแต่งเรือพนมพระ
และมีการชักพระทางน้ำล่องมาตามลำน้ำตาปี เพื่อให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำได้ร่วมชมและร่วมทำบุญ
สำหรับการแข่งขันเรือยาว เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 – 14 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปี ชมประเพณีการแข่งเรือยาวของ จ.สุราษฎร์ธานี มรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ กีฬาพื้นบ้านที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตอันดีงาม ความผูกพันระหว่าง “สายน้ำ” กับ “ชีวิต” บนพื้นฐานของแรงศรัทธานำมาซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สู่การแข่งขันระดับประเทศ
นับเป็นประเพณีที่สืบทอดสู่ลูกหลาน ให้ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นที่สวยงามอย่างยิ่ง








