กระทรวงท่องเที่ยวฯ Go Inter ปิ๊งไอเดียดึงเรือยอร์ชโกยรายได้ให้อาเซียน

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำทีมผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่
อาวุโสด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ ๓๗ (37th ASEAN Tourism Forum 2017 : ATF 2017)
ระหว่างวันที่ ๑๖-๒๐ ม.ค.๖๐ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์
โดยในปีนี้เป็นปีสำคัญในการเฉลิมฉลองครบรอบ๕๐ ปี ซึ่ง อาเซียนได้ร่วมกัน
จัดให้มีแคมเปญจน์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชื่อ Visit ASEAN@50 เพื่อดึงดูดให้จำนวนนักท่องเที่ยวในภูมิภาค
อาเซียนเพิ่มมากขึ้น โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในอาเซียนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ ๑๐๓ เป็นร้อยละ ๑๒๕
และในปีนี้ ยังเป็นปีแห่งการครบรอบ ๒๕ ปี ของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอาเซียน-จีน ซึ่งจะร่วมมือในการ
พัฒนาและจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน
สำหรับเวทีการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการท่องเที่ยวอาเซียน นายพงษ์ภาณุได้เสนอประเด็น
สำคัญต่อที่ประชุมในเรื่องสินค้าท่องเที่ยวทางทะเลในรูปแบบของเรือยอร์ชในภูมิภาคอาเซียน นอกเหนือจากสินค้าท่องเที่ยวทางเรือสำราญ
ที่มีอยู่แล้วในอาเซียน และยังได้ยกประเด็นที่สำคัญในเรื่องการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเพื่อ
อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของไทยและถือเป็นการผลักดันต่อยอดจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานวันท่องเที่ยวโลกของไทยเมื่อ เดือน เม.ย. ๕๙
นอกจากนี้ นายพงษ์ภาณุ ยังได้เสนอประเด็นความโอกาสในด้านความร่วมมือในการส่งเสริมการลงทุนร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
ในอาเซียน โดยควรดึงความร่วมมือจากองค์การระหว่างประเทศมาช่วยสนับสนุนขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือในการลงทุนมากขึ้น
สุดท้ายนี้ นายพงษ์ภาณุ ยืนยันความพร้อมและความเป็นศูนย์กลางของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานร่วมกับองค์การชั้นนำระหว่างประเทศ
อย่างองค์การการทองเที่ยวโลก (UNWTO) และสภาการเดินทางการท่องเที่ยวโลก (WTTC)
โดยในปีนี้จะมีการจัดงานร่วมกับ WTCC ในหัวข้อ “Transforming Our World” ช่วงเดือนเมษายน ๒๕๖๐ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๑
ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน ATF 2018 ในหัวข้อ “ASEAN: Sustainable Connectivity, Boundless Prosperity” ระหว่าง ๒๒-๒๖ ม.ค.๒๕๖๑ ณ จังหวัดเชียงใหม่

รมว.ท่องเที่ยวลงพื้นที่พะโต๊ะ จ.ชุมพร เร่งช่วยชาวพะโต๊ะฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว

แบ่งการฟื้นฟูเป็น 3 ระยะ สั้น-กลาง-ยาว ย้ำให้ความสำคัญชีวิตหลังน้ำลด

และช่วยฟื้นฟูให้แหล่งท่องเที่ยวกลับมาเช่นเดิม

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าวันนี้เวลา 10.00 น.ลงพื้นที่เพื่อช่วยชุมชนในการรื้อฟื้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ประสบภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้เดินทางไปที่มาลินแพ อ. พะโต๊ะ จ. ชุมพร พบว่าเป็นบ้านพัก ร้านอาหาร เสียหายหมดทุกหลัง แพบริการนักท่องเที่ยว เสียหายหมดทั้ง 17 ลำ น้ำป่าไหลหลากมาเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2560 เวลา 04.00 น. โดยน้ำป่าไหลหลากมาเจ้าของแพถูกน้ำพัดไปติดอยู่ที่ปลายต้นไม้ เกือบ 5 ชั่วโมง จึงได้รับความช่วยเหลือจนปลอดภัย

นางกอบกาญจน์ กล่าวว่าแผนการเข้าไปช่วยเหลือสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชน โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรก ชุมชนมีกำลังใจดีมาก กำลังเร่งทำแพชุดใหม่ โดยกระทรวงท่องเที่ยวได้มอบเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้อีก โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มอบเงินให้ 100,000 บาท เพื่อให้ได้นำเงินไปสร้างแพ โดยชุมชนต้องการให้ภาครัฐมีการเน้นย้ำว่าท่องเที่ยวยังคงมีเหมือนเดิม ความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นทางชุมชนกำลังเร่งฟื้นฟูเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่พะโต๊ะเหมือนเดิม

นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ส่วนในระยะกลางจากนี้จะให้เป็นนโยบายที่จะต้องเน้นแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้สังคมได้เห็นว่าเพราะเหตุว่าน้ำท่วมอาจจะทำให้ถนนเดิมขาดแต่สถานที่ท่องเที่ยวยังคงสวยงามซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ด้วยเส้นทางอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางเดิมซึ่งจากนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ ส่วนแผนงานระยะยาวจากนี้จะมีการทำยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวชุมชนซึ่งต้องนำมาพิจารณาให้สอดคล้องกับแผนคลัสเตอร์ เพื่อผลักดันให้เกิดความยั่งยืนต่อไปชุมชนที่นี่ร่วมมือกันอย่างดีไม่รอความช่วยเหลืออย่างเดียวเหลือต่างเร่งช่วยกันเพื่อให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้เร็วที่สุด โดยจากนี้จะเร่งเข้าไปช่วยฟื้นฟูอีกหลายแห่งในพื้นที่ประสบภัย “วันนี้ชาวพะโต๊ะยังใจสู้และไม่ย่อท้อได้ลงมาเห็นพื้นที่จริงแต่ละที่ความเสียหายไม่เหมือนกันบางที่ถนนขาดต้นไม้พัง แต่แหล่งท่องเที่ยวยังคงยังมีอยู่อาจจะต้องปรับปรุงช่องทางเส้นทางในการเข้าถึงสำหรับท่องเที่ยวชุมชนแพพะโต๊ะ ผลจากน้ำท่วมทำให้แผลหายหมด

ดังนั้นแล้วสิ่งเร่งด่วนคือต้องเร่งสร้างแผลใหม่เพื่อให้ชุมชนหาเลี้ยงตัวเองให้ได้ได้พูดคุยกับชุมชนสรุปว่าจะต้องเร่งลงมือแก้ไขโดยเฉพาะเครื่องมือทำกินอย่างเช่นที่นี่แพหายหมดเพราะ ถูกน้ำพัดไป ได้นำเงินมาให้สร้างแพใหม่เพื่อให้ธุรกิจเดินได้และยังคงสามารถจัดเทศกาลล่องแพในต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้” นางกอบกาญจน์ กล่าว

แถลงข่าวงานประชุม ททช 9 มกราคม 2560

2_09-01-17

เอกสารแถลงข่าว พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม ๒๕60 พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2560 ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีสาระสำคัญของการประชุมฯ ดังนี้

สถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศ ปี 2559 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.59 ล้านคน สร้างรายได้ 1.64 ล้านล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยมีจำนวน 148.03 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้ 0.87 ล้านล้านบาท ทำให้ทั้งปี 2559 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 2.51 ล้านล้านบาท มีอัตราขยายตัวร้อยละ 10.93 เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2.4 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวไทยในปี 2560 จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยการขยายตัวของการท่องเที่ยวโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย
โดยคาดว่าปี 2560 จะรักษาฐานรายได้ไม่ต่ำกว่าเดิม โดยในปีนี้จะเป็นอีกปีที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคง และกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

      ที่ประชุมรับทราบผลการสำรวจทัศนะและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ปี พ.ศ.2559 ซึ่งโดยภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของไทยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งในแหล่งท่องเที่ยวหลักและบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง และการดำเนินการเปลี่ยนแบบฟอร์ม ตม.6 ซึ่งจะมีการแก้ไขกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดแบบเอกสารตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และวิธีการขอหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีก และการขอกลับเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามเดิม พ.ศ. ๒๕๕๙ รวมถึงรับทราบมาตรการป้องกันรักษาระบบข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ที่สำคัญของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาเว็บไซต์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของกลุ่มแฮกเกอร์

       การจัดมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ครั้งที่ 2 ที่อ่าวปอ มารีน่า จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 12 – 18 ธันวาคม 2559 พบว่า มีผู้เข้าชมงานประมาณ 6,000 คน คาดว่าเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 60 – 100 ล้านบาท สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานด้าน Medical and Wellness Tourism ในการดำเนินการขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทย รวม 90 วัน สำหรับผู้ป่วยและผู้ติดตามกรณีเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล ในกลุ่มประเทศ CLMV และประเทศจีน และการขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยสำหรับกลุ่มพำนักระยะยาว (Long Stay Visa)
ตามมติคณะรัฐมนตรี คาดว่าร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเดือนมีนาคม 2560 และสามารถให้บริการได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 เป็นต้นไป

ที่ประชุมรับทราบโครงการและกิจกรรมสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ได้แก่ การส่งเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ผลักดันสินค้า Product Champion เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว การส่งเสริมการตลาดสินค้า OTOP โครงการพัฒนาชุมชนหัตถกรรม (Craft Communities) โครงการตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่น ภายใต้ชื่อ “ตลาดต้องชม” และโครงการหมู่บ้านทำมาค้าขายโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวต่อไป

สำหรับมติที่สำคัญเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศในวันนี้ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบการจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย โดยให้ความเห็นชอบคู่มือหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองสถานประกอบการตามมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยขั้นพื้นฐาน (ร่าง) ประกาศมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยขั้นพื้นฐาน และ (ร่าง) บันทึกข้อตกลงความระหว่างระหว่างกรมการท่องเที่ยว และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว และได้เห็นชอบร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ
จำนวน 3 คณะ เพื่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) ตามมติคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2559

       การดำเนินมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องความปลอดภัยทางน้ำเฝ้าระวังและดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยว และให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการออกกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมธุรกิจรถจักรยานยนต์ให้เช่าเพื่อการท่องเที่ยว เหมือนกรณีการออกกฎกระทรวงคมนาคม เรื่อง การขอและการออกใบอนุญาตใช้เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขตที่ใช้ในกิจการพิเศษประเภทเจ็ตสกีเพื่อเช่า
พ.ศ. 2559 และมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่กงสุลต่างประเทศ

รมว. ท่องเที่ยว จับมือกระทรวงคมนาคม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทางราง

dsc_2686

dsc_2729

dsc_2677

รมว. ท่องเที่ยว จับมือกระทรวงคมนาคม ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทางราง (Rail Tourism) เน้นกลยุทธ์สัมผัสวิถีถิ่น Local Experience ฟื้น 10 กิจกรรม สุดสร้างสรรค์ความประทับใจ ให้นทท.ตลอดโบกี้ เสริฟ์อาหารท้องถิ่นแต่ละชุมชน มี “ครัวรถไฟ”ช่วยสร้างเสน่ห์เมนูขึ้นชื่อ

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวไทย ไตรมาสที่ 4 ปี 2559รายได้รวมจากการท่องเที่ยว จำนวน 628,486.67 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.41 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 400,436.63 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.03 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยวภายในประเทศ จำนวน 228,050.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.89 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 มค- 27 ธค มีนักท่องเที่ยวสะสม จำนวน 32.13ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 1.61 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.96 และ 12.68 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตามลำดับ

          นอกจากนี้ รมว.กอบกาญจน์ แนะนำการเดินทางการท่องเที่ยวทางราง (Rail Tourism)ด้วยรถไฟ ซึ่งมีเสน่ห์และสามารถสร้างสรรค์เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวต่างๆ ให้เกิดความเชื่อมโยงไปยังเมืองต่างๆเชื่อมโยงทางพื้นที่และทางวัฒนธรรมโดยอยู่ในระหว่างการพัฒนา และดำเนินงานร่วมกัน ให้ใช้งานได้ในปี 2560 เช่น

  1. ต่อยอดเส้นทาง กรุงเทพ-หัวหิน หัวหิน-ปราณบุรี สัมผัสมุมมองโค้งชายทะเลเลียบอ่าวปราณบุรี
  2. พัฒนาเส้นทาง ตลาดร่มหุบเส้นทางอัมพวา แม่กลองสมุทรสาคร โดยใช้พื้นที่ชั้นบนของอาคารในบริเวณใกล้เคียง ให้มองลงมาจากมุมสูงได้
  3. เชื่อมโยงเส้นทางสู่เมืองต้องห้ามพลาด!!เชียงใหม่-ลำปาง-ลำพูน
  4. นำหัวรถจักรไอน้ำมาปรับปรุง ดัดแปลงวิ่งบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว เส้นทางรถไฟสายมรณะ
  5. ให้ ททท. โปรโมทเส้นทางสายสีม่วง เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว
  6. ทัวร์เล่าเรื่อง แต่ละสถานี เช่น สถานีโรแมนติก…สถานีชุมทางบ้านดารา ก่อนแยกไปพิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานีที่พระพุทธเจ้าหลวง ร.5 เสด็จมารับเจ้าดารารัศมี
  7. รื้อฟื้นเมนูอร่อยบนครัวรถไฟ และมี จานเด็ด อาหารท้องถิ่นในแต่ละเส้นทา’
  8. เพิ่มตู้บรรทุกจักรยาน เอาใจนักปั่นเส้นทางอยุธยา ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
  9. จัดให้มี free wi-fiและที่ชาร์ทแบตโทรศัพท์บนรถไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสาร
  10. เตรียมแผนการตลาดสำหรับรถไฟใหม่จากญี่ปุ่น.เจาะตลาด mid to high และเป็น Tourism for Allให้เป็น Luxury Train เช่น เป็น Gourmet Train Ride

ซึ่ง 10 กิจกรรมนี้เป็นรูปแบบทำงานบูรณาการของททท.ร่วมกับกระทรวง คมนาคม เป็นสิ่งที่เคยมีอยู่แล้ว แต่จะนำมารื้อฟื้นใหม่ เช่น เรื่องอาหารท้องถิ่น เมนูขึ้นชื่อของแต่ละชุมชนหรือจังหวัด มาเสริฟ์บนครัวรถไฟ เพื่อให้นักท่องเที่ยวประทับใจ ”นางกอบกาญจน์ กล่าว

และจากการที่มติคณระรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้มีการเสนอร่างพ.ร.บ.การจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางขึ้นนั้น ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยในเรื่องเส้นทางการท่องเที่ยวเพราะเป็นการปฏิรูปการขนส่งทางราง และจะทำให้การท่องเที่ยวทางราง ( Rail Tourism) ที่กระทรวงท่องเที่ยวบูรณาการร่วมกันระหว่างคมนาคมและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สานต่อทำในสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

นางกอบกาญจน์ กล่าวต่อไปว่าสำหรับในปี 2560 นี้ มิติด้านพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย จะเน้นสร้างการท่องเที่ยวไทยให้เป็นศูนย์กลาง (Hubs)ใน 5 ด้าน อาทิ ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness) การจัดงานแต่งงาน (Wedding & Romance) เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก World Wedding Congress ในเดือนพฤษภาคมที่ภูเก็ตการท่องเที่ยวทางน้ำ (Maritime Tourism) และการท่องเที่ยวเชื่อมโยง (ASEAN Connect) ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้กลยุทธ์ Local Experience การสร้างสรรค์ประสบการณ์สัมผัส ชีวิต ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิต คนไทยแบบ 360 องศานั่นเอง ซึ่งการท่องเที่ยวทางรางจะเป็นสิ่งที่เราเร่งทำสานต่อจากรูปแบบเดิมที่มีอยู่ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

สิ่งที่ควรคำนึงในบริบทของการท่องเที่ยวที่สำคัญในปี 2559 และระยะต่อไปได้แก่รายได้จากนักท่องเที่ยวยุโรปขยายตัวร้อยละ 12 และนักท่องเที่ยว CLMV สร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท, การแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ด้วยการยกเว้นวีซ่ารุนแรงขึ้น และอีคอมเมิร์ซจีนบุกไทยและอาเซียน, การท่องเที่ยวในเมืองรอง (24 เมือง) สร้างรายได้ 1.47 แสนล้านบาท เร่งพัฒนาเมืองชายแดนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอาเซียน, ในปี 2560 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว และเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าและการแข่งขันรวมถึงการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำกระตุ้นการท่องเที่ยวโลก

รมว.กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่จะมีผลส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยที่สำคัญในปี 2560 ได้แก่การท่องเที่ยวโลกในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.8 และนักท่องเที่ยวยุโรปจะมาเอเชียมากขึ้น, โครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการท่องเที่ยวขยายตัว ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว (ท่าอากาศยานดอนเมือง ภูเก็ต และอู่ตะเภา), เศรษฐกิจไทยในปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3 – 4และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเริ่มเป็นรูปธรรม

ก.ท่องเที่ยว รุดแจ้งความเอาผิดแฮกเกอร์ Anonymous

dsc_2796

dsc_2804

ก.ท่องเที่ยว รุดแจ้งความเอาผิดแฮกเกอร์ Anonymous

ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบความเสียหาย และเร่งดำเนินการตามกฎหมาย

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางพร้อมเจ้าหน้าที่นิติกร ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง กรณีเว็บไซต์กระทรวงถูกกลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous โจมตี

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ ว่าจากกรณีเว็บไซต์ของกระทรวงได้ถูกกลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous โจมตีเว็บไซต์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ถือเป็นการละเมิดระบบข้อมูลของส่วนราชการ อาจทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบ เพราะข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 เวลา 21.32 น.    เราจำเป็นต้องปิดระบบชั่วคราว จากนี้จะมอบหมายให้ ไทยเซิร์ต (ThaiCERT GMS : Government Monitoring System) เข้ามาร่วมวางมาตรการกับกระทรวงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นในอนาคต ซึ่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อประชาชนและธุรกิจโดยทั่วไป ฉะนั้นเราต้องรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง ของระบบข้อมูลให้เป็นอย่างดี

วันนี้มอบอำนาจให้ ร.ต.สิงหปิญะ วิชานนะ นิติการชำนาญการ ดำเนินการในเรื่องการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป